แผนยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ.2561 - 2580) ยุทธศาสตร์ที่ 2 ด้านการสร้างความสามารถในการแข่งขันมีเป้าหมายการพัฒนาที่มุ่งเน้นการยกระดับศักยภาพของประเทศในหลากหลายมิติ อาทิเช่น การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ทั้งโครงข่ายระบบคมนาคมและขนส่ง วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และดิจิทัล และการปรับสภาพแวดล้อมให้เอื้อต่อการพัฒนาอุตสาหกรรมและบริการอนาคต

แผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ พ.ศ.2566 - 2580 (ฉบับแก้ไขเพิ่มเติม) ประเด็นโครงสร้างพื้นฐานระบบโลจิสติกส์ และดิจิทัล ได้ให้ความสำคัญกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมและระบบโลจิสติกส์อย่างต่อเนื่อง ถือเป็นส่วนสำคัญของการสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ในแผนแม่บทได้กำหนดเป้าหมายแผนแม่บทย่อยที่ 7.1 โครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมและระบบโลจิสติกส์ และกำหนดเป้าหมายเพื่อให้บรรลุเป้าหมายการเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะในเขตเมืองเพิ่มขึ้น

แนะนำไหว้พระ 9 วัด รับพรปีใหม่พร้อมเสริมมงคลด้านต่าง ๆ ตลอดปี 2569

(ฉบับเดินทางด้วยรถไฟฟ้า MRT สายสีน้ำเงิน )

ปี 2569/2026 ปีมะเมีย (ม้า) ถือเป็นปีที่ต้องมีความคล่องตัว มารับพรพร้อมเสริมมงคลที่ 9 วัดดังตามแนวเส้นรถไฟฟ้า MRT สายสีน้ำเงิน ...จอดรถไว้ที่บ้าน แล้วเปลี่ยนมานั่งรถไฟฟ้าไปไหว้พระเสริมมงคล รับรองว่า "รวดเร็ว" "ประสบความสำเร็จ" เหมือนความว่องไวและความคล่องตัวเหมือนลักษณะม้าแน่นอน มาเช็คเส้นทางไปไหว้พระกับทางสายบุญ ขอพรครบในแต่ละด้าน


แนวเส้นทางรถไฟฟ้า MRT สายสีน้ำเงิน ช่วยให้สายบุญสามารถเข้าถึงวัดได้ง่าย ๆ ไม่ต้องกังวลกับปัญหาเรื่องรถติด-การหาที่จอดรถ-การเสียค่าจอดรถเพราะแวะสักการะหลายที่ เดินทางง่าย สะดวก ปลอดภัย ไม่เหนื่อย และ ประหยัดเวลาในการเดินทาง ขอแนะนำเส้นทางมหามงคลที่เต็มไปด้วยเรื่องราวทางประวัติศาสตร์และพรมงคลด้านต่าง ๆ ในแต่ละสถานที่ เดินทางไปเสริมสิริมงคลได้ง่าย ๆ ด้วยรถไฟฟ้า MRT 9 วัด แค่ 4 สถานี


 สถานีบางไผ่


 วัดปากน้ำภาษีเจริญ


 ประวัติความเป็นมา  เป็นพุทธศาสนสถานที่ถือเป็นวัดหลวงที่สำคัญแห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นวัดที่มีการสร้างตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาตอนกลาง (ระหว่าง พ.ศ. 2031-2172) และเป็นวันที่กลับมามีชื่อเสียงเป็นที่ศรัทธาในช่วง พ.ศ. 2459 โดยหลวงพ่อสด (พระมงคลเทพมุนี) เข้ามาเป็นเจ้าอาวาส และมีการพัฒนาวัดจนเป็นที่รู้จักทั้งในและต่างประเทศ

 ความเลื่อมใสศรัทธา  การเสริมความโชคดีในด้านการงาน การเจรจาติดต่อค้าขาย

 (Last mile) ระยะการเดินเท้าจากสถานีบางไผ่  ประมาณ 750 เมตร (ใช้เวลาประมาณ 10 นาที)


.....................................................................


 สถานีอิสรภาพ


 วัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหาร


 ประวัติความเป็นมา  เดิมเรียกว่า "วัดบางหว้าใหญ่" เป็นพุทธศาสนสถานที่เป็นวัดโบราณสร้างตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาในช่วง พ.ศ. 2310 เมื่อครั้งสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชขึ้นครองราชย์ในสมัยกรุงธนบุรี ทรงบูรณะวัดนี้และยกฐานะเป็นพระอารามหลวง ครั้งในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์โดยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ทรงบูรณะอย่างต่อเนื่องและทรงโปรดให้สร้างระฆังใบใหม่ และทรงพระราชทานนามวัดตามที่เรียกในปัจจุบัน

 ความเลื่อมใสศรัทธา  การส่งเสริมด้านชื่อเสียงได้รับการยอมรับ

 (Last mile) ระยะการเดินเท้าจากสถานีอิสรภาพ  ประมาณ 2.3 กม. (ใช้เวลาประมาณ 32 นาที)


.

 วัดหงส์รัตนารามราชวรวิหาร


 ประวัติความเป็นมา  เป็นพุทธศาสนสถานที่ถูกสร้างขึ้นตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา ถูกสร้างโดยเศรษฐีจีน เดิมมีชื่อเรียกว่า "วัดขรัวหง" และได้รับการบูรณปฏิสังขรณ์ในช่วงสมัยพระจ้าตากสินมหาราช และได้เปลี่ยนชื่ออีกครั้งเป็น "วัดหงส์อาวาสวิหาร" และได้มีการเปลี่ยนชื่ออีกครั้งในช่วงสมัยรัตนโกสินทร์ (รัชกาลที่ 4) และทรงพระราชทานนามตามที่เรียกในปัจจุบัน โดยพุทธศาสนสถานแห่งนี้จัดเป็นวัดหลวงชั้นโท

 ความเลื่อมใสศรัทธา  การส่งเสริมด้านความก้าวหน้าในหน้าที่การงาน ความประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน

 (Last mile) ระยะการเดินเท้าจากสถานีอิสรภาพ  ประมาณ 600 เมตร (ใช้เวลาประมาณ 8 นาที)



 วัดอรุณราชวราราม (วัดแจ้ง)


 ประวัติความเป็นมา  เป็นพุทธศาสนสถานที่ถูกสร้างขึ้นตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา เดิมเรียกว่า "วัดมะกอก" โดยได้รับการบูรณะครั้งใหญ่และเปลี่ยนชื่อเป็น "วัดอรุณราชธาราม" ในช่วงรัชสมัยรัชกาลที่ 2 และมีการรับนามพระราชทานอีกครั้งตามชื่อเรียกปัจุบันในช่วงรัชกาลที่ 4

 ความเลื่อมใสศรัทธา  ความเจริญรุ่งเรืองรุ่งโรจน์ในชีวิต สร้างพลังความมั่นใจเพื่อการเริ่มต้นสิ่งใหม่ ๆ พบเจอแต่สิ่งดี ๆ ในชีวิต

 (Last mile) ระยะการเดินเท้าจากสถานีอิสรภาพ  ประมาณ 1000 เมตร (ใช้เวลาประมาณ 14 นาที)



 วัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหาร


 ประวัติความเป็นมา  เป็นพุทธศาสนสถานที่ถูกสร้างขึ้นในช่วงสมัยรัชกาลที่ 3 โดยพระยานิกรบดินทร์ (โต กัลยาณมิตร) ได้อุทิศถวาย หลังจากนั้นได้ทรงพระราชทานนามใหม่และโปรดให้สร้างพระวิหารหลวงกับหลวงพ่อโตพระราชทานเป็นองค์ประธาน

 ความเลื่อมใสศรัทธา  การได้พบเจอกัลยาณมิตรที่ดี ค้าขายร่ำรวย

 (Last mile) ระยะการเดินเท้าจากสถานีอิสรภาพ  ประมาณ 1300 เมตร (ใช้เวลาประมาณ 19 นาที)

.....................................................................


 สถานีสนามไชย


 วัดพระศรีรัตนศาสดาราม (วัดพระแก้ว)


 ประวัติความเป็นมา  เป็นพุทธศาสนสถานที่ถูกสร้างขึ้นตั้งแต่รัชกาลที่ 1 โดยเป็นการสร้างขึ้นพร้อมกับการสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์เมื่อ พ.ศ. 2325 เป็นวัดที่ขึ้นในเขตพระบรมมหารวังชั้นนอกจึงมีการออกแบบตามวัดพระศรีสรรเพชญในสมัยกรุงศรีอยุธยา เป็นวัดที่ไม่มีพระสงฆ์จำพรรษา

 ความเลื่อมใสศรัทธา  ความเจริญรุ่งเรืองในชีวิต การเสริมบารมี การคุ้มครองขีวิต

 (Last mile) ระยะการเดินเท้าจากสถานีสนามไชย  ประมาณ 1100 เมตร (ใช้เวลาประมาณ 16 นาที)



 วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม (วัดโพธิ์)


 ประวัติความเป็นมา  เป็นพุทธศาสนสถานที่ถูกสร้างขึ้นตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา ประมาณ พ.ศ. 2231-2246 เดิมเรียกว่า "วัดโพธาราม" กระทั่งมาถึงรัชสมัยรัชกาลที่ 1 ทางสร้างใหม่และพระราชทานนามตามที่เรียกในปัจจุบัน โดยนามพระราชทานมีความหมายว่า ที่อยู่อันงดงามของพระพุทธเจ้า ซึ่งภายในวัดจะมีพระเจดีย์กว่า 99 องค์ และถือเป็นวัดประจำรัชกาลที่ 1 และได้มีการบูรณะครั้งใหญ่ในสมัยรัชกาลที่ 3 โดยมีประดิษฐานพระนอนองค์ใหญ่อันดับ 3 ของประเทศ ซึ่งความยามขององค์พระนอนมีความยาวประมาณกว่า 150 ฟุต มีลักษณะพิเศษ คือ มีประดับมุกภาพมงคล 108 ประการที่พระบาท

 ความเลื่อมใสศรัทธา  ขอพรให้ชีวิตราบรื่นเป็นสุข

 (Last mile) ระยะการเดินเท้าจากสถานีสนามไชย  ประมาณ 280 เมตร (ใช้เวลาประมาณ 4 นาที)


.....................................................................


 สถานีสามยอด


 วัดชนะสงครามราชวรมหาวิหาร


 ประวัติความเป็นมา  เป็นพุทธศาสนสถานที่ถูกสร้างขึ้นเมื่อสมัยกรุงศรีอยุธยา เดิมเรียกว่า "วัดกลางนา" เมื่อเข้าช่วงสมัยกรุงธนบุรีได้มีการเปลี่ยนชื่ออีกครั้งว่า "วัดตองปุ" ซึ่งสันนิษฐานว่ามีการสร้างเลียนแบบวัดของพระสงฆ์รามัญในสมัยอยุธยา จนกระทั่งช่วงรัชกาลที่ 1 ทรงพระราชทานนามเพื่อเป็นอนุสรณ์แด่สมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาสุรสิงหนาท (หรือ วังหน้าพระยาเสือ) สมเด็จพระอนุชาธิราชเจ้า ที่ทรงชนะศึกกับพม่าถึง 3 ครั้ง ซึ่งในจำนวนศึกนั้นเป็นที่รู้จักในชื่อ "สงครามเก้าทัพ"

 ความเลื่อมใสศรัทธา  ขอพรให้ชีวิตร่มเย็นเป็นสุข ปลอดภัยแคล้วคลาดจากศัตรูทั้งปวง

 (Last mile) ระยะการเดินเท้าจากสถานีสามยอด  ประมาณ 2000 เมตร (ใช้เวลาประมาณ 30 นาที)



 วัดสุทัศนเทพวรารามราชวรมหาวิหาร


 ประวัติความเป็นมา  เป็นพุทธศาสนสถานที่ตั้งอยู่ในพระอารามหลวงชั้นเอกในเขตพระนคร มีการก่อสร้างตั้งสมัยรัชกาลที่ 1 ประมาณ พ.ศ. 2350 เดิมทรงพระราชทานนามว่า "วัดมหาสุทธาวาส" และทรงพระกรุณาโปดเกล้าฯ ให้สร้างวิหารเพื่อประดิษฐานพระศรีศากยมุนี (พระโต) ซึ่งอัญเชิญมาจากพระวิหารหลวงวัดมหาธาตุ ครั้งสมัยรัชกาลที่ 2 ทรงพระกรุณาให้สร้างต่อ สร้างแล้วเสร็จสมบูรณ์ในรัชกาลที่ 3 และทรงพระราชทานนามใหม่ตามที่เรียกในปัจจุบัน และต่อมาในช่วงรัชกาลที่ 4 ทรงถวายพระประธานในพระวิหารว่า "พระศรีศากยมุนี"

 ความเลื่อมใสศรัทธา  ขอพรในเรื่องการมีวิสัยทัศน์ที่กว้างไกล มีเสน่ห์ โชคลาภ

 (Last mile) ระยะการเดินเท้าจากสถานีสามยอด  ประมาณ 500 เมตร (ใช้เวลาประมาณ 7 นาที)



รวม "นามพระราชทาน" รถไฟฟ้าสีและสายต่าง ๆ ที่ทรงคุณค่าทั้งความหมายและความสำคัญของ

ที่มา "นามพระราชทาน" ทางประวัติศาสตร์

การเดินทางในกรุงเทพมหานครเปลี่ยนไปตั้งแต่เริ่มนำรถไฟฟ้าสายแรกเข้ามาเปิดให้บริการเมื่อกว่า 20 ปีก่อน แม้คนส่วนใหญ่จะคุ้นชินกับการเรียกชื่อรถไฟฟ้าตาม "สี" ของสายรถไฟนั้น ๆ เช่น สายสีเขียว สายสีน้ำเงิน สายสีชมพู สายสีเหลือง ฯลฯ แต่ทราบหรือไม่ว่า...รถไฟฟ้าแต่ละสายได้รับพระราชทานชื่อันเป็นมงคล ซึ่งมีความหมายลึกซึ้งและทรงคุณค่า


จากการพัฒนาระบบคมนาคม "การเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะ" โดยเฉพาะการเดินทางด้วยรถไฟฟ้าจึงกลายเป็นวิถึชีวิตสำหรับคนเมืองในปัจจุบัน จากรถไฟฟ้าสายแรกสู่โครงข่ายใยแมงมุมในปัจจุบัน ชื่อที่ได้รับ "นามพระราชทาน" ให้กับรถไฟฟ้าจึงไม่ใช่เพียงแค่ชื่อเรียก แต่กลายเป็นการบันทึกทางประวัติศาสตร์ที่สะท้อนถึงการพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนเมืองในแต่ละเส้นทาง โดยส่วนใหญ่จะมีความหมายถึงการเฉลิมฉลอง ความเป็นสิริมงคล และความเจริญรุ่งเรืองของบ้านเมืองในแต่ละช่วงที่ดำเนินการก่อสร้างระบบรถไฟฟ้าในเส้นทางต่าง ๆ เช่น


 รถไฟฟ้า BTS สายสุขุมวิท (สีเขียวอ่อน) ... ได้รับนามพระราชทานว่า "รถไฟฟ้าเฉลิมพระเกียรติ 6 รอบ พระชนมพรรษา สาย 1"


 ความหมายนามพระราชทาน  การเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (รัชกาลที่ 9) เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ (72 พรรษา) ในปี 2542

 เปิดให้บริการ   วันที่ 5 ธันวาคม 2542

 ลักษณะเส้นทางการให้บริการ  ครอบคลุมเส้นทาง 3 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพฯ สมุทรปราการ และ ปทุมธานี

 เส้นทางให้บริการ  รวมทั้งหมด 47 สถานี (หมอชิต-คูคต/ หมอชิต-เคหะฯ)

1) สถานีหลัก : หมอชิต-อ่อนนุช

2) ส่วนต่อขยายเหนือ : หมอชิต-คูคต

3) ส่วนต่อขยายใต้ : อ่อนนุช-เคหะฯ

..............................................................................


 รถไฟฟ้า BTS สายสีลม (สีเขียวเข้ม) ... ได้รับนามพระราชทานว่า "รถไฟฟ้าเฉลิมพระเกียรติ 6 รอบ พระชนมพรรษา สาย 2"


 ความหมายนามพระราชทาน  การเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (รัชกาลที่ 9) เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ (72 พรรษา) ในปี 2542

 เปิดให้บริการ   วันที่ 5 ธันวาคม 2542

 ลักษณะเส้นทางการให้บริการ  เส้นทางหลักเข้าฝั่งธนบุรี

 เส้นทางให้บริการ  รวมทั้งหมด 14 สถานี (สนามกีฬาแห่งชาติ-บางหว้า)


............................................................................................


 รถไฟฟ้า MRT สายสีน้ำเงิน (ท่าพระ-หลักสอง) ... ได้รับนามพระราชทานว่า "รถไฟฟ้ามหานคร สายเฉลิมรัชมงคล"


 ความหมายนามพระราชทาน  การฉลองความเป็นมงคลแห่งความเป็นพระราชา

 เปิดให้บริการ   วันที่ 3 กรกฎาคม 2547

 ลักษณะเส้นทางการให้บริการ  รวมทั้งหมด 38 สถานี

1) เส้นทางหลัก : ท่าพระ-หลักสอง

2) ส่วนต่อขยาย : บางซื่อ-ท่าพระ/ หัวลำโพง-บางซื่อ/ หัวลำโพง-บางแค


........................................................................................


 แอร์พอร์ตเรลลิงก์ (พญาไท-สุวรรณภูมิ) ... ยังไม่ได้รับชื่อพระราชทาน


 เปิดให้บริการ   วันที่ 23 สิงหาคม 2553

 เส้นทางให้บริการ  รวมทั้งหมด 8 สถานี


..................................................................................................


 รถไฟฟ้า MRT สายสีม่วง (คลองบางไผ่-เตาปูน) ... ได้รับนามพระราชทานว่า "รถไฟฟ้ามหานรา สายฉลองรัชธรรม"


 ความหมายนามพระราชทาน  การเฉลิมฉลองพระราชาที่ปกครองโดยธรรม

 เปิดให้บริการ   วันที่ 6 สิงหาคม 2559

 เส้นทางให้บริการ  รวมทั้งหมด 16 สถานี


....................................................................................................


 รถไฟฟ้าสายสีทอง (กรุงธนบุรี-ประชาธิปก) ... ยังไม่ได้รับชื่อพระราชทาน


 เปิดให้บริการ   วันที่ 16 ธันวาคม 2563

 เส้นทางให้บริการ  รวมทั้งหมด 4 สถานี

1) ระยะที่ 1 : 3 สถานี (สถานีกรุงธนบุรี/ สถานีเจริญนคร/ สถานีคลองสาน)

2) ระยะที่ 2 : 1 สถานี (สถานีประชาธิปก)


......................................................................................................


 รถไฟฟ้าสายสีแดง ...ได้รับนามพระราชทานว่า "รถไฟชานเมือง สายธานีรัถยา และ รถไฟชานเมือง สายนครวิถี"


 เปิดให้บริการ   วันที่ 29 พฤศจิกายน 2564


เส้นทางบางซื่อ-รังสิต (สายแดงเข้ม)  รถไฟชานเมือง สายธานีรัถยา

 ความหมายนามพระราชทาน  เส้นทางของเมือง (เส้นทางคมนาคมของบ้านเมือง)

 เส้นทางให้บริการ  รวมทั้งหมด 10 สถานี


เส้นทางบางซื่อ-ตลิ่งชัน (สายแดงอ่อน)  รถไฟชานเมือง สายนครวิถี

 ความหมายนามพระราชทาน  เส้นทางของนคร (เส้นทางคมนาคมของบ้านเมือง)

 เส้นทางให้บริการ  รวมทั้งหมด 3 สถานี


..............................................................................................................


 ถไฟฟ้า MRT สายสีเหลือง ... ได้รับนามพระราชทานว่า "รถไฟฟ้ามหานคร สายนัคราพิพัฒน์"


 ความหมายนามพระราชทาน  ความเจริญแห่งเมือง

 เปิดให้บริการ   วันที่ 3 กรกฎาคม 2566

 เส้นทางให้บริการ  รวมทั้งหมด 23 สถานี


..........................................................................................................................


 รถไฟฟ้า MRT สายสีชมพู (ศูนย์ราชการนนทบุรี-มีนบุรี) ... ได้รับนามพระราชทานว่า "รถไฟฟ้ามหานคร สายวิวัฒน์นคร"


 ความหมายนามพระราชทาน  ความเจริญของเมืองนำมาซึ่งความปิติยินดีและสิริมงคลแก่กระทรวงคมนาคม, การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) และประชาชนผู้ใช้บริการรถไฟฟ้าเป็นอย่างยิ่ง

 เปิดให้บริการ   7 มกราคม 2567

 เส้นทางให้บริการ  รวมทั้งหมด 32 สถานี

1) เส้นทางหลัก (ศูนย์ราชการนนทบุรี-มีนบุรี) : 30 สถานี

2) เส้นทางส่วนต่อขยาย (ศรีรัช-เมืองทองธานี) : 2 สถานี


 ทุกเที่ยวการเดินทางบนรถไฟฟ้าไม่ว่าเส้นทางหรือสายไหน จึงเปรียบเสมือนการขับเคลื่อนไปบนเส้นทางแห่งสิริมงคล ผ่าน "นามพระราชทาน" ที่เต็มไปด้วยความหมายดี ๆ ซึ่งจะทำหน้าที่เสมือนหน้าบันทึกประวัติศาสตร์ ความร่วมสมัย และความผาสุกของประชาชนไว้ในทุกสถานีที่รถไฟฟ้าเคลื่อนผ่าน


พลิกโฉมจากเมือง "ติดขัดเพราะรถติด" สู่ "เมืองน่าอยู่และยั่งยืน" ด้วยระบบขนส่งสาธารณะ    

กรุงเทพฯ กำลังเผชิญกับความท้าทายครั้งใหญ่ ทั้งเรื่องรถติดหนาแน่น, มลพิษ PM 2.5 และความเหลื่อมล้ำในการเดินทาง ปัญหาหล่านี้จะค่อย ๆ คลี่คลายด้วยระบบขนส่งสาธารณะจึงไม่ใช่ทางเลือก แต่คือ "โครงสร้างพื้นฐานสำคัญ " ที่จะยกระดับคุณภาพชีวิตของทุกคนอย่างแท้จริง


ทำไม  ระบบขนส่งสาธารณะเป็นหัวใจหลักสำคัญของกรุงเทพฯ  


  • ลดวิกฤตเรื่องรถติดการจราจรหนาแน่นและเวลาที่สูญเสียในการเดินทาง  เชื่อมต่อการเดินทางอย่างมีประสิทธิภาพ ลดการใช้รถยนต์ส่วนตัว ช่วยให้ประหยัดเวลาในการเดินทาง
  • ลดวิกฤตเรื่องมลพิษ และฝุ่น PM 2.5  การเปลี่ยนรูปแบบการเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะโดยการใช้รถไฟฟ้า หรือ รถโดยสารไฟฟ้า (EV Bus) ช่วยลดเรื่องมลพิษจากท่อไอเสียรถยนต์ และช่วยลดก๊าซเรือนกระจกเห็นได้อย่างชัดเจน รวมถึงเป็นการทำให้สิ่งแวดล้อมดีขึ้นในระยะยาว
  • สร้างความเท่าเทียมในการเข้าถึงเมือง  ระบบขนส่งสาธารณะที่รองรับเรื่องราคาที่เหมาะสม เป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้ทุกคน ทุกกลุ่ม สามารถเข้าถึงตัวเมืองได้ รวมถึงสามารถรับบริการสาธารณะต่าง ๆ ได้อย่างสะดวกและเท่าเทียม รวมถึงการรองรับกลุ่มเปราะบางที่ต้องมีการออกแบบรูปแบบระบบขนส่งสาธารณะตามแบบสากล
  • เชื่อมต่อโครงข่ายการเดินทางที่สมบูรณ์  สร้างการเดินทาง "แบบไร้รอยต่อ" ระหว่างรถไฟฟ้า-รถเมล์-เรือ และ ระบบ Feeder ต่าง ๆ
  • ลดค่าใช้จ่ายครัวเรือนและเพิ่มคุณภาพชีวิต  ค่าใช้จ่ายรายเดือนจากการใช้ระบบขนส่งสาธารณะที่มี "ราคาเอื้อมถึง + เดินทางได้จริง" จะมีราคาค่าใช้จ่ายที่ถูกกว่าเมื่อเทียบกับค่าใช้จ่ายในการใช้รถยนต์ส่วนตัว รวมถึงมีเวลาในการเดินทางและมีเวลาพักผ่อนมากขึ้น
  • รองรับการเติบโตของเมืองและเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน  เมื่อระบบขนส่งสาธารณะมีความสมบูรณ์แบบ สามารถผลักดันให้กรุงเทพฯ เป็น "มหานครสีเขียว เดินทางสะดวก" ทีมีการเติบโตของเมืองอย่างมีทิศทางโดยรอบพื้นที่แต่ละสถานีขนส่งมวลชน
  • เป็นเสมือนฐานเมืองสีเขียวในอนาคต  ระบบขนส่งสาธารณะรอง หรือ Feeder เช่น การเดิน-การปั่นจักรยาน เพื่อเชื่อมต่อการเดินทางกับระบบขนส่งสาธารณะหลัก เช่น รถไฟฟ้า จะเป็นส่วนสำคัญหลักในการผลักดันให้กรุงเทพฯ มีกรเดินทางที่สะดวกสบาย รวดเร็ว ปลอดภัย และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม


10 จุดเช็คอิน! แยกรถติดยอดฮิตที่ต้องเลี่ยงการใช้รถยนต์ขับผ่านเข้ามา

แต่เราเลือกที่จะไม่ติดกับแยกได้ด้วยรถไฟฟ้า MRT

แยกที่ได้ชื่อว่า "แยกที่รถติดตลอดวัน" แต่เราไม่จำเป็นต้อง "ติดที่แยก" ในช่วงเวลาที่คุณจะต้องใช้เส้นทางผ่านแยกรถติดเพื่อไปทำธุระ ลองเปลี่ยนมาใช้รถไฟฟ้า MRT เป็นทางเลือกหลัก ที่จะทำให้การเดินทางของคุณเปลี่ยนไป ไปถึงปลายทางได้ไวและรวดเร็วมากขึ้น ไม่หงุดหงิดที่ต้องติดอยู่ในรถในแต่ละแยกที่ต้องผ่าน


สำหรับคนกรุงเทพฯ และปริมณฑล "รถติด" ไม่ได้เป็นแค่สถานการณ์ แต่ปัจจุบันกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันที่ต้องเตรียมใจเผื่อเวลาเพิ่มอย่างน้อย 1-2 ชั่วโมงในทุกช่วงเวลาที่ต้องมีการใช้เส้นทางขับผ่านแต่ละแยก มาลองเช็คกันว่าจะมีทั้งหมดกี่แยกที่ได้ชื่อว่า "แยกที่รถติดทั้งวัน"


ในเมื่อแยกต่าง ๆ ยังอยู่ที่เดิม คำถามคือ...เราจะทำอย่างไรให้ชีวิตเราไม่ต้อง "ติดอยู่ตรงแต่ละแยก" ในช่วงที่เร่งรีบ คำตอบที่ง่ายสุด คือ การเปลี่ยนพฤติกรรมการเดินทางจากการ "รอ..รอ..รอ เพื่อขับผ่านแยก" เปลี่ยนการเดินทางด้วยการใช้รถไฟฟ้า MRT นั่งโดยสารตัดผ่านข้ามแยกรถติดแทน


รวมสี่แยกทั่วกรุงเทพฯ ที่ได้ชื่อว่าเป็น "แยกรถติดสุด ๆ ตลอดทั้งวัน" >> มาลองเปลี่ยนวิถีการเดินทางแบบใหม่ด้วยการใช้ระบบขนส่งสาธารณะ ด้วยรถไฟฟ้า MRT ช่วยประหยัดทั้งเวลา และ ไม่เสียสุขภาพจิตที่ต้องหงุดหงิดในการใช้เวลารอที่จะผ่านแต่ละแยก

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
เปรียบเทียบสินค้า
0/4
ลบทั้งหมด
เปรียบเทียบ
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy